เทคนิคที่จำเป็นในกระบวนการให้คำปรึกษาแต่ละขั้นตอนมีดังนี้
1. ขั้นตอนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ผู้ให้คำปรึกษา
จะต้องสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น มีมิตรไมตรี รู้จักกล่าวคำต้อนรับและ เชื้อเชิญให้นั่งรู้จัก
พูดคุยให้ผ่อนคลาย เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ผู้มาขอความช่วยเหลือในเบื้อง
ต้น การสื่อให้ผู้มาขอความช่วยเหลือหรือผู้รับคำปรึกษา เห็นความตั้งใจจริงของผู้ให้คำ
ปรึกษา สามารถสื่อให้ เห็นจาก
ก. การแสดงออกทางสีหน้า - แววตา การประสานสายตา ให้มองผู้รับคำ
ปรึกษาในขณะที่เขากำลังพูด มีการพยักหน้าบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเข้าใจผู้พูดเบนสายตา
ไปมองสิ่งอื่นบ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่ใช่การหลบตา เพราะจะทำให้ รู้สึกเหมือนไม่ตั้งใจหรือ
ไม่สนใจ และไม่ใช่การจ้องหน้า เพราะจะทำให้ผู้พูดรู้สึกอึดอัด เกิดความเครียด ขึ้นได้
ข. การแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำตัวเป็นกันเอง ท่าทาง
มีชีวิตชีวา ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เกิดความรู้สึกว่าพร้อมที่จะให้คำปรึกษา และมีความ
กระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ
ค. การตอบสนองทางคำพูด - น้ำเสียง ใช้น้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวลแต่
หนักแน่น และควรตอบสนองด้วยคำพูดสั้น ๆ บ้าง เช่น ค่ะ ครับ อืม ใช่ จะช่วยกระตุ้นผู้รับคำ
ปรึกษากล้าพูดมากขึ้น การแสดงออกทางกายวาจาใจตามที่กล่าวมานี้จะช่วยสร้างบรรยากาศ
ในการพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองอบอุ่นสบายใจะเกิดความไว้วางใจ และ สร้างความมั่นใจ ว่าจะได้รับการยอมรับและเข้าใจของผู้ให้คำปรึกษาเป็นการลดความวิตกกังวลในขั้นแรก และ จะเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้รับคำปรึกษากล้าเปิดเผยความรู้สึกหรือปัญหาที่มีอยู่ในใจในขั้นตอนต่อไป
เมื่อเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ได้ดีแล้ว ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำปรึกษา ประโยชน์ จากการ
ปรึกษา บทบาทของผู้ให้คำปรึกษา และผู้รับคำปรึกษาว่า จะต้องร่วมกันพิจารณาค้นหาปัญหา
และแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
2. ขั้นตอนการสำรวจและทำความเข้าใจปัญหา
เทคนิคช่วยให้ผู้รับคำปรึกษามองเห็นคุณค่าของตนเอง สามารถสำรวจตนเองจนเกิดความ
เข้าใจปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของตนเองอย่างกระจ่างแจ้ง พร้อมที่จะนำไปเป็น
แนวทางในการแก้ไขปัญหาของตนเอง คือ
ก. การเปิดประเด็น หลังจากได้สร้างความสัมพันธ์
ที่ดีกันแล้วผู้รับคำปรึกษาอาจจะไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นพูดคุยถึงจุดประสงค์ที่มา ขอรับคำปรึกษา
อย่างไรดีผู้ให้คำปรึกษาอาจเป็นฝ่ายเริ่มพูดเชื้อเชิญก่อน เช่น
" ขอให้คุณรู้สึกสบายใจที่จะเริ่มต้นพูด "
" คุณคงมีอะไรบางอย่างที่จะเล่าให้ฟัง "
" คุณจะพูดอะไรก็ได้ที่คุณอยากจะพูด "
" มีอะไรที่ไม่สบายใจจะให้ดิฉันช่วยบ้างคะ "
ข. การฟัง ผู้ให้คำปรึกษาต้องฟังคำพูดของผู้รับคำปรึกษา ด้วยความสบายใจ
ทำตัวเป็นกันเอง และพร้อมที่จะเข้าใจอารมณ์ - ความรู้สึกของผู้รับคำปรึกษา เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษา
ได้พูดและระบายความรู้สึกต่าง ๆที่มีอยู่ในใจออกมา ในขณะเดียวกันนี้ผู้ฟังจะต้องจับใจความ
สำคัญสังเกตอารมณ์ และความรู้สึกของผู้พูดต่อเรื่องที่พูด เพื่อที่จะเข้าใจพฤติกรรมของผู้รับคำ
ปรึกษาโดยไม่มีอคติหรือไม่สรุปความเอาเอง การตั้งใจฟังจะช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาพูดออกมาได้มาก ช่วยระบายความรู้สึกที่เป็นทุกข์ให้คลายลงไปได้ และยังช่วยผู้ให้คำปรึกษาได้ฟังรายละเอียดของ
ปัญหามากขึ้น ดังนั้น ผู้ให้คำปรึกษาจะต้องมีสมาธิในการฟัง และสนใจติดตามเรื่องราว มีการ
สนองตอบทั้งด้านกิริยา ท่าทาง และคำพูด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น